“หาดทรายที่ทอดยาวไกล
ไกลสักแค่ไหนไม่สำคัญ
ถ้ามีใครสักคนเดินไปด้วยกัน “
ในตอนนี้เธออยู่ไหน
รู้ไหมมีคนคนหนึ่งคิดถึงเธอ…
..
“หน้าที่ของโชคชะตาคือการนำพาเราไปพบกับใครอีกคน”
ทะเลคือจุดนัดพบของฉัน และเธอ
ในวันที่เราเจอกัน อะไรบางอย่างบอกกับฉันว่า
การรอคอยของฉันกำลังจะสิ้นสุดลง
เธอไม่ใช่หนุ่มรูปงามเหมือนกับเจ้าชาย
เช่นเดียวกับตัวฉัน ที่ไม่ใช่เจ้าหญิง
มันเป็นเพียงการพบเจอกันของคนธรรมดาสองคน
..
ทะเลกลายเป็นสีดำ ท้องฟ้าคืนนี้มืดสนิท
เธอเคยบอกว่า ชอบทะเลเพราะทะเลเป็นเหมือน
หญิงสาวที่อ่อนโยน เธอรักทุกอย่างที่เป็นทะเล
“ถ้าชาติหน้ามีจริง ฉันจะเกิดเป็นทะเล”
น้ำอุ่นๆจากดวงตาออกเดินทาง
เธอชอบล้อฉันว่า ขี้แย เศร้าก็ร้องไห้ ดีใจก็ร้องไห้
“ถ้าไม่ร้องออกมาบ้าง แล้วเราจะเก็บน้ำตาไว้ที่ไหน”
ฉันว่าดวงตาก็เป็นเหมือนเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่
ที่ไม่มีวันเหือดแห้ง แม้จะไม่มีฝนตกลงมานับสิบๆปี
หรือนานกว่านั้น…
..
ยังจำวันเกิดของฉันปีนั้นได้ไหม ที่เธอให้ของขวัญฉันเป็นน้ำตา
เรานัดเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ร้านที่ทาสีฟ้าน้ำทะเล
ก่อนถึงเวลานัดเธอโทรมาบอกว่า
อาจจะไปถึงช้าหน่อย เพราะรถติดขบวนอะไรก็ไม่รู้
ฉันบอกกลับไปว่า
ไม่เป็นไร รอได้ รอมาค่อนชีวิตยังรอมาแล้ว
“ไม่ต้องรีบนะ”
…
…
แล้วเธอก็ไม่มา…
เธออาจอยู่ในระหว่างการเดินทาง
ฉันยังรอเธออยู่นะ
..
ฉันยังนั่งอยู่ที่เดิม ริมทะเลที่เคยมีคำว่าเรา
ตรงเส้นขอบฟ้าที่ที่ฟ้ากับทะเลมาพบกัน
เริ่มมีแสงให้เห็นรางๆ
“ตะวันตกไปแล้วก็จะกลับมาในเช้าวันใหม่”
แต่ 3ปีแล้วที่ดวงตะวันของฉันจากไป
“ทำไมถึงยังไม่กลับมา…”
จำได้ไหมวันนี้วันอะไร ?
วันนี้เป็นวันครบรอบที่เราเจอกัน
ที่ทะเลแห่งนี้ จุดนัดพบของเรา
เธอลืมทะเลของเธอไปแล้วหรือยัง
..
“ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันไหม
อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ…”
..
ตะวันลอยสูงเลยขอบฟ้า ขอบน้ำ
ฉันคงต้องโบกมือลา
ถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับไปสู่โลกใบเก่า
กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ
ฉันจะอยู่เพื่อที่จะได้พบกับเธออีก…ที่ไหนสักแห่ง
การรอคอยของฉันเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
และอะไรบางอย่างบอกกับฉันว่า นี่อาจเป็นการรอ..ครั้งสุดท้าย
..
“หากแม้นใครสักคนต้องจากกันไปด้วยฟ้าลิขิต
คนที่เหลืออยู่ต้องสู้ต่อไป..”
..
..
วันนี้ผมมาถึงที่ทำงานตามเวลาปกติ เพื่อนร่วมงานเริ่มทยอยกันเข้ามา
ผมเหลือบมองมุมที่คุ้นเคยที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของโต๊ะทำงานตัวหนึ่ง
ตัวที่มีใครคนนั้นเป็นเจ้าของ ทุกวันผมจะเห็นใครคนนั้น
นั่งอยู่ก่อนแล้วเสมอ แต่วันนี้มันกลับว่างเปล่า ไม่มีแม้เงาเธอ(คนนั้น)
…
เลยเวลาเข้าทำงานไปนานแล้ว แต่งานของผมยังไม่คืบหน้าไปถึงไหนเลย
อาจเป็นเพราะผมมัวแต่แอบมองมุมเดิมๆ และคิดไปต่างๆนาๆ
ผมแอบมองเธอมานาน พร้อมๆกับแอบชอบเธอในเวลาเดียวกัน
บางครั้งเธอทำเหมือนรู้ แต่บางครั้งเธอทำให้ผมไม่รู้…
” ผู้หญิง” ยังเป็นสิ่งที่ยากจะเข้าใจสำหรับผม
…
ผมกำลังนั่งอยู่ในร้านข้าวมันไก่เจ้าอร่อยที่สุดในละแวกนี้
แต่วันนี้มันกลับไม่เป็นเหมือนเคย มันไม่อร่อยเลย
ผมแปลกใจปนสงสัยว่าแค่การที่เราไม่ได้เห็นหน้าใครบางคน
มันทำให้ต่อมรับรสชาติแย่ลงได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ ???
แต่ผมก็กินมันจนหมด ผมยังไม่อยากหิวตายตอนทำงาน
แม้มันจะได้รับเกียรติว่าตายในขณะปฏิบัติหน้าที่ก็ตาม
…
ตลอดช่วงบ่ายผมก็ยังไม่มีสมาธิในการทำงาน
ใจมันล่องลอยไป ลอยไปๆ ที่ไหนสักแห่ง…
…
…
จวนใกล้เวลาเลิกงานแล้ว แต่ผมกับเพื่อนอีก 2 คน
ต้องมานั่งรับฟังงานมอบหมายใหม่จากปากหัวหน้า
ผมนั่งรับฟังอย่างขอไปที วันนี้สมองผมป่วยงดใช้งาน 1 วัน
เหมือนกำลังข้ามเวลา เวลาบางช่วงถูกตัดหายไป
มารู้ตัวอีกทีผมกำลังเก็บของ ได้เวลาเลิกงานเสียที
เพื่อนบางคนชวนไปหาอะไรๆอร่อยๆกิน ผมปฏิเสธไป
วันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะไปไหน ตอนนี้ผมอยากกลับบ้าน
ก่อนเดินออกมาผมยังมีแก่ใจเหลือบมองที่มุมเดิมๆ มุมนั้น
ทั้งที่รู้ว่าจะได้เจอกับอะไร เสียงถอนหายใจดังขึ้นเงียบๆ และเบา
…
โจ๊กร้อนๆ ควันฉุย กลิ่นหอมแตะจมูกที่ซื้อมาจากหน้าปากซอย
กำลังถูกย้ายที่อยู่จากในถุงมาสู่ชามใบสวย ผมหวังว่ามันคงอร่อย
ผมย้ายที่อยู่มันอีกหนไปยังห้องที่ไม่มีโต๊ะแต่มีเตียง ที่มีร่างของ
ใครบางคนที่คล้ายกำลังเพิ่งตื่น เธอส่งสายตางัวเงียมาที่ผมพร้อม
ยิ้มหวาน “อรุณสวัสดิ์” ผมยิ้มให้กับคำทักทายที่ไม่สนใจเวลาของเธอ
และนั่นเป็นยิ้มแรกของผมในวันนี้
…
เสียงฮัมเพลงเบาๆ ตอนนี้ผมกำลังอาบน้ำให้กับชามใบสวย มันไม่น่าใช่
งานที่สนุกนัก เพียงแต่ผมกำลังนึกถึงวันพรุ่งนี้ ภาพมุมที่คุ้นเคย
กับหญิงสาวนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ กับยิ้มหวานๆ กับคำทักทายคำเดิมๆ
”อรุณสวัสดิ์”
…
…
ฉันเคยถามเธอ
เธอจะไปกับฉันไหม
ที่ที่จะไปมันอาจไม่มี
ความสะดวกสบาย
แสงสี และผู้คนมากมาย
อยู่ไกลห่างจากคำว่า”ความเจริญ”
เป็นที่ที่คนส่วนมากไม่อยากไป
คงมีเพียงคนส่วนน้อยอย่างฉันที่คิดจะไป
ฉันเลยต้องมาถามเธอ
…
ที่นี่มีแต่ความเงียบสงบ
ตื่นขึ้นมาฟังเสียงนกร้องเพลง
เสียงลมพัดใบไม้ไหว
นั่งดูก้อนเมฆหยอกล้อบนฟ้าสีคราม
หลับตาลงไปพร้อมกับแสงดาว
เสียงจิ้งหรีดบรรเลงเพลงกล่อม
…
ที่นี่กลางวันเป็นกลางวัน
กลางคืนเป็นกลางคืน
ไม่มีความวุ่นวายในยามราตรี
ไม่มีตัวเลขสมมุติให้ปวดหัว
…
ที่นี่ยังไม่มีในอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
และคงอีกนานกว่ามันจะมี
แต่มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่ว่าจะอีกนานเท่าไหร่
ก็คงจะไม่มี และไม่มีวันมี
ที่นี่ไม่มี ”เธอ”
…
เวลาที่เธอเหงา เธอทำอะไร ?
บางครั้งฉันไม่ทำอะไร ปล่อยให้ความเหงา
เดินเล่นไปเรื่อยๆ คอยเฝ้าดูมันว่าจะเหงา
ไปได้สักกี่น้ำ(ว้า)
บางครั้งฉันก็นั่งมองฟ้า ฟ้ากว้างๆสุดลูกหูลูกตา
มีเมฆขาวๆเหมือนนุ่นลอยอยู่เต็มฟ้า
ฉันเคยนึกสงสัยว่า “ฟ้าจะเคยเหงาบ้างรึเปล่า”
เหงาแล้วฟ้าทำอะไร ?
เหงาแล้วฟ้าจะมองอะไร ?
“มองฉันก็ได้นะ” แม้มองแล้วจะไม่หายเหงา
แต่ก็คงจะดีที่รู้ว่ายังมีอีกคน…
…
…
ฉันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนเหงา
เขาว่า “อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเหงา”
เพราะมันจะไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะฉะนั้น
อย่าถือสา อย่าหาความ กับบทความของคนขี้เหงา
คนนี้เลย (จบดื้อๆแบบนี้แหละ ใครจะทำไม ^^)
ฤดูฝน สายฝนโปรยปราย หนักบ้าง เบาบ้าง
แล้วแต่อารมณ์ของคนข้างบน
สายฝนที่ชื่นฉ่ำใจอาจเปลี่ยนเป็นหยดน้ำตา
ถ้าให้มามากเกินไป แต่สายน้ำใจก็ไม่เคยหยุดริน
…
ฤดูหนาว สำหรับคนเมืองเป็นฤดูกาลที่เฝ้านับวันรอ
แต่สำหรับคนดอย คือฤดูกาลที่ยาวนาน เกินจะทน
สายลมที่หวังดีพัดพาความชุ่มชื้นจากไป
ทิ้งไว้เพียงความแห้ง และแ้ล้ง(แค้น)
น้ำมีค่าดั่งทอง แต่ราคาทองยังมีขึ้นมีลง
แต่กับสายน้ำนั้นนับวันมีแต่ลดลงๆ
..
เมื่อฤดูร้อนมาถึง ความหวังที่ริบหรี่เหมือนจะเริ่ม
เปล่งประกาย แต่..
มีบางครั้งบางคราวที่สายฝนเริ่มโปรยปราย
แต่ที่มาพร้อมกันนั้นคือสายลมร้าย
ที่พร้อมจะพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิต
..
มันเป็นเหมือนบททดสอบบทสุดท้าย
เพื่อให้เราก้าวผ่านพ้นไปสู่…
บททดสอบบทที่หนึ่ง..อีกครั้ง
..
ฤดูกาลคือบททดสอบความอดทน
คือสิ่งที่เราทุกคนต้องผ่านไปให้ได้
..
ชีวิตคือการต่อสู้ สู้กับตัวเอง
สู้กับฤดูกาลที่หมุนวน
…
ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ฉันไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม
ฉันไม่รู้ว่าจริงๆมันคือความจริง หรือความฝัน
ถ้าเป็นความจริง ฉันกลัวว่าฉันจะต้องเจ็บ (อีกครั้ง)
ถ้าเป็นความฝัน ฉันกลัวว่าฉันจะตื่น (ได้โปรดอย่ามาปลุกฉัน)
ฉันจะขอหลับไปอย่างนี้ชั่วนิรันดร์…
Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
ข้ามฟ้ามาร้องไห้ : วรรธนา วีรยวรรธน
จะแอบคิดถึงเธอ
จนกว่าดาวดวงสุดท้ายจะหายไป
จนกว่าฟ้าจะมีแสงของวันใหม่
ปลดปล่อยความรู้สึกที่ฝังอยู่จนลึก
เหน็บหนาวกลางผืนทราย
นั่งอยู่จนเป็นคนสุดท้ายของกองไฟ
กอดตัวเองด้วยอ้อมแขนที่ไม่ใช่
กาลครั้งหนึ่งซึ่งเคยมีเธอ
พาตัวเองมาตั้งไกลมาเพื่อจะร้องไห้
ปล่อยน้ำตาให้ไปตามทาง
พาตัวเองข้ามฟ้ามาเพียงเพื่อจะพบว่า
ไม่เคยลืมเธอ…
(ครั้งนี้ก็ยังไม่ลืม)
…
เคยถามตัวเองว่าทำไมถึงชอบฟังเพลงเศร้าๆ
ชอบนักหรือความเศร้า ?
ในใจตอบว่า “ไม่…”
แล้วทำไมถึงเศร้า ?
” ไม่รู้ ”
You sad ?
Everybody sad sometime .
เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล : ปราบดา หยุ่น





